ธนบัตรหนึ่งพันบาท

ในห้องประชุมจุคนประมาณสองร้อย นักวิทยากรเริ่มสัมนา ถือธนบัตรพันบาทในมือ และกล่าวว่า “ใครอยากได้ธนบัตรใบนี้?”
ผู้ฟังยกมือกันใหญ่
เขาพูดว่า “ข้าพเจ้าจะยกธนบัตรนี้ให้ แต่อนุญาตข้าพเจ้าทำสิ่งนี้ก่อน . . .” เขาทำธนบัตรยับยู่ยี่ แล้วถามว่า “ใครยังต้องการธนบัตรใบนี้?”
ผู้ฟังยกมือเหมือนเดิม
เขาปล่อยธนบัตรหล่นลงพื้น เหยียบ ขยี้มันด้วยรองเท้า และหยิบมันขึ้นมา บัดนี้ธนบัตรอยู่ในสภาพสกปรกยับยู่ยี่ เขาถามว่า “ใครบ้างยังต้องการธนบัตรใบนี้?”
ผู้ฟังยกมือไม่น้อยกว่าเดิม
“ผู้ฟังที่รัก ท่านได้เรียนบทเรียนสำคัญยิ่ง ไม่ว่าข้าพเจ้าจะทำอะไรกับเงิน ท่านก็ยังต้องการมัน เพราะค่ามันมิได้ลดลงหรือหดหายไป ธนบัตรใบนี้ก็ยังมีค่าหนึ่งพันบาท”
หลายครั้งหลายหนในชีวิตเรา เราโดนทอดทิ้ง ข่มเหงรังแก สบประมาท ถูกขยี้ติดดิน ด้วยการตัดสินใจของเราเอง หรือด้วยสภาพแวดล้อมในวิถีชีวิตของเรา บางครั้งเรารู้สึกว่าตัวเราไม่มีค่าเลย แต่ไม่ว่าอะไรได้เกิดขึ้นหรือจะเกิดขึ้น อย่าให้คุณค่าของท่านสูญเสียไปเป็นอันขาด ถึงแม้สกปรกหรือสะอาด ยับยู่ยี่หรือเรียบ ท่านเป็นของที่ตีราคาไม่ได้สำหรับคนที่รักท่าน คุณค่าของชีวิตเราไม่ขึ้นอยู่กับงานที่เราทำหรือใครที่เรารู้จัก แต่ขึ้นอยู่กับการเป็นตัวเราเอง จงอย่าลืมว่าท่านเป็นคนพิเศษสุด มีท่านอยู่เพียงคนเดียวในโลก พระเจ้ารักท่านชั่วนิรันดร์เมื่อท่านยังไม่ได้เกิดด้วยซ้ำ พระองค์ได้ส่งพระเยซูคริสตเจ้าพระบุตรแต่องค์เดียวลงมาจากสวรรค์ เจ็บปวดทรมานแสนสาหัส ตายบนไม้กางเขน หลั่งพระโลหิตและน้ำทุกหยดในพระกายของพระองค์เพื่อไถ่บาปท่าน ท่านควรทำตัวสมกับที่พระองค์ทรงรักท่าน
พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “จงรักกันและกันเหมือนอย่างที่เรารักท่าน”