เด็กมหัศจรรย

 

 

วันหนึ่งมีเสียงเคาะประตูคลินิก
เสียงเคาะรีบด่วนกว่าครั้งใด ๆ ที่เคยได้ยินมาก่อน


หมอ หงุดหงิดใจ พูดว่าเข้ามาเลยครับ
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อายุประมาณ 9 ขวบ ท่าทาง ตกอกตกใจ เดินเข้ามา
ทุกคนสังเกตเห็น เธอไม่สบายใจทีเดียว


โอ้ คุณหมอค่ะ โปรดไปกับหนู แม่หนูกำลังจะตาย เธอป่วยหนัก
ฉันไม่เยี่ยมคนไข้ตามบ้าน กรุณาพาแม่หนูมาที่นี่
แต่แม่ไม่สบายมาก คุณหมอต้องไป หนูกลัวแม่ตาย


หมอเห็นความรักของลูกต่อแม่ เกิดความสงสารจับใจ ก็ตัดสินใจไป


หนูน้อยพูดว่า หมอจะรับพรอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน


หนูน้อยพาหมอเข้าไปในบ้าน  แม่ของเธอนอนอยู่บนเตียง
อาการป่วยหนักมาก ยกศีรษะไม่ขึ้น
แต่ดวงตาของเธอร้องขอความช่วยเหลือ หมอก็มาช่วยแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวของเธอ ๆ ก็อาจตายไปแล้วคืนนั้น
หมอลดไข้ของเธอลงจนถึงขีดปลอดภัย


ตอนเช้า  หมอเห็นอาการเธอดีขึ้นมาก
เขาพูดว่า เขาจะต้องกลับไปก่อน แล้วจะกลับมาใหม่ เวลาบ่าย 2 โมง
เมื่อหมอมาตามสัญญา คนป่วยชมเชยเขาที่ได้ช่วยชีวิตเธอ


หมอบอกเธอว่า  ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวของเธอ ๆ ก็อาจสิ้นใจไปแล้ว
คุณคงภูมิใจมากที่มีลูกสาวดีอย่างนี้  คำขอร้องของเธอเร้าใจผมให้มา

 เธอเป็นเพชรน้ำหนึ่งจริงๆ


แต่คุณหมอค่ะ ลูกสาวของฉันตายไป 3 ปีแล้ว
เธออยู่ในรูปภาพบนกำแพงใช่ไหม

เมื่อหมอมองดูรูปภาพ ขาอ่อนปวกเปียก สั่น แทบไม่มีแรงยืน
เด็กคนนี้ใช่ไหมที่ไปตามเขามา  หมอยืนนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว

สักพักหนึ่ง  หน้าตาที่ฉงนของเขาเปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส


เขากำลังนึกถึงเสียงเคาะประตู ระทึกใจที่คลินิก
และเทวดาน้อย ที่เดินอย่างงดงามอ่อนช้อย เข้ามาหา

 

สิ่งที่ท่านปฏิบัติต่อพี่น้องของท่าน ก็เหมือนปฏิบัติต่อเรา
เมื่อเราเจ็บป่วย ท่านมาเยียวยารักษาเรา
บัดนี้ จงมารับรางวัลที่เราได้เตรียมไว้ให้ท่าน